Wednesday, October 3, 2012

“เคว้งคว้างกลางสายน้ำ” Drift in the middle of stream





“เคว้งคว้างกลางสายน้ำ”
Drift in the middle of stream


Logline
            ภาวะเคว้งคว้างสับสนของครอบครัวหนึ่งในหมู่บ้านที่กำลังล่มสลาย
          A lost family in a collapsing village.


Synopsis
          แม่กำลังพยายามกำจัดเสื้อผ้าและของใช้ของสามีผู้จากไปในเมืองใหญ่ ลูกชายพยายามจะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเด็กแว๊นที่วัน ๆ ไม่ทำอะไรนอกจากขับรถมอเตอร์ไซค์เที่ยว ขณะที่ย่าแก่ ๆ พยายามจะหาทางซ่อมแซมฟืมชิ้นส่วนสำคัญของกี่ทอผ้าโบราณ ทั้งหมดเป็นครอบครัวเดียวกัน ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งแถบจังหวัดลพบุรี น่าลุ้นว่า พวกเขาจะทำสำเร็จไหม? ทำไมต้องทำ? เป็นคำถามที่เราต้องช่วยกันตอบ
          
After her husband has gone to the capital city for a long time, a woman takes his clothes and belongings for sale.  Her son wants to be accepted as a member of a teenage gang.  They wanders the town aimlessly with their bikes.  A grandmother take a broken heddle which is an important part of a weaving loom for fixing. They are in the same family living in a small village in Lopburi.  Will they achieve what they are doing?  Why they have to do?  Let’s find out.
Director’s statement
            
หลังจากที่ข้าพเจ้าพยายามค้นคว้าข้อมูล ใช้ชีวิตซึมซับปัญหา และความเป็นไปของหมู่บ้านนี้อยู่นาน ข้าพเจ้าหวังว่าที่นี่จะเป็นตัวแทนของหมู่บ้านอีกหลายหมู่บ้านในประเทศไทย ที่กำลังระส่ำระสายและปั่นป่วนอย่างหนัก นี่คือ เนื้อหาและรูปแบบที่ข้าพเจ้าบันทึกในรูปแบบหนังสั้น ที่ทำขึ้นเพื่อกระตุ้นชาวบ้านให้สำนึกถึงปัญหาของชุมชนตัวเอง ข้าพเจ้าไม่แน่ใจนักว่า ชาวบ้านจะเข้าใจหรือไม่ แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าพยายามจะทำ ก็คือ การท้าทายความคิดและการตีความตามประสบการณ์ของผู้ชมอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้าน หรือปัญญาชน   
         
I have been in this village long enough to understand what is going on here.  I hope this village can represent many villages in Thailand that became more socially weak and gradually collapsed.  And it  makes me think of my own  village.  What I have tried is to challenge every audience to think and interpret the message in the film.

About a film
            สร้างปี               2012
            ความยาว           18 นาที
            ระบบเสียง         สเตอริโอ
                       
Team
            บท / กำกับ / ควบคุมงาสร้าง                    บุญส่ง  นาคภู่
            กำกับภาพ                                  บุญส่ง นาคภู่
            ตัดต่อ / บันทึกเสียง                     เอกลักษณ์  อนันตสมบูรณ์
            ออกแบบเสียง                             ไพสิฐ  พันธุ์พฤกษชาติ   
            ดนตรีประกอบ                            ไกวัล กุลวัฒโนทัย








“เกลือแลกพริก” Salt for Chili




“เกลือแลกพริก”
Salt for Chili
Logline
            ความพยายามในการหยุดโลกไม่ให้หมุนไปเร็วเกินไปของนักอนุรักษ์ป่า
          A conservator tries his best to resist changes in a Karen village.


Synopsis
          หัวหน้านักอนุรักษ์เอกชนคนหนึ่ง พยายามจะหยุดยั้งความอยากได้ใคร่มี ที่โหมทะลักเข้ามากัดกร่อนวิถีชีวิตของชาวบ้านในชุมชนกะเหรี่ยงกลางป่าลึก แน่ละ เขาทำไม่สำเร็จ สิ่งเดียวที่เขาทำได้ ก็คือ การสำรวจตรวจสอบความยึดมั่นและความทุกข์ตรมในใจของตัวเอง
            In a Karen village deep in the forest, their simple ways of live are gradually changed by greed.  An NGO conservator tries his best to resist these changes but in vain.  The only thing he can do is to explore his own persistence and suffering.


Director’s statement
            ผมรู้สึกเสมอว่า มนุษย์เราจะอยู่ไม่ได้ ถ้าโลกร้อนขึ้นกว่านี้ ทุกครั้งที่เกิดภัยธรรมชาติ น้ำท่วม พายุ แผ่นไหว แล้งจัด ไม่ว่าที่ไหนในโลก ผมจะรู้สึกเศร้าเสมอ ผมเล่าเรื่องนี้ขึ้นมา มิใช่เพียงเพื่อกระตุ้นเตือนให้คนเราสำนึกรู้ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ของเรากับโลก แต่ได้พยายามพูดถึงมิติที่หลากหลายอื่นของมนุษย์ด้วย
          How can we survive if the globe gets warmer?  I am very upset when hearing about natural disasters happening all over the world: floods, storms, earthquakes, droughtiness.  This film reminds us how humans relate to nature.  Moreover, it tells diverse context of humans.


About a film
          สร้างปี               2012
            ความยาว           20 นาที
            ระบบเสียง         สเตอริโอ

Team
          บท / กำกับ                     บุญส่ง  นาคภู่
            ควบคุมงานสร้าง            ศิโรตม์  ตุลสุข
            กำกับภาพ                      ธีรวัฒน์  รุจินธรรม
            ตัดต่อ                           เอกลักษณ์  อนันตสมบูรณ์
            ออกแบบเสียง                 ไพสิฐ  พันธุ์พฤกษชาติ






    

Friday, September 28, 2012

หนังสั้น"เสือโทน" (The Tiger)











“เสือโทน”

Sua Thone

Logline
          ภาวะอันแสนจะกระอักกระอ่วนใจของชายหนุ่มผู้หยิ่งทะนงดั่งเสือโทน

       For Karens, the most arrogant and self-respect man is called Sua Thone that means a lonely tiger.  Here comes the difficult situation for Sua Thone.


Synopsis
          ในที่สุด ก็ถึงเวลาที่วิทย์ ชายหนุ่มกะเหรี่ยงผู้รักถิ่นฐานบ้านเกิดต้องเลือกว่าจะอยู่เพื่อแก้ปัญหาที่โถมทะลักมากมายในหมู่บ้าน หรือว่าจะติดตามเมียกับลูกไปอยู่บ้านแม่ยายที่ชนบทภาคอีสาน ในภาวะที่แสนจะกระอักกระอ่วนใจนี้ เขาได้สัญญากับตัวเองว่า เขาจะพยายามอย่างที่สุดที่จะรักษาศักดิ์ศรีแห่งความ
เป็นคนไว้
       
   Finally, Wit who loves his hometown has to make a decision either way.  To staying in the village without family and devote himself to social work.  Or to move from the village to northeast with his family.  However, in the difficult situation, he promises himself to keep as much dignity as possible.


Director’s statement
            หมู่บ้านคลิตี้ ที่ที่ข้าพเจ้าถ่ายทำหนังสั้นเรื่องนี้ ถูกนายทุนกระทำย่ำยี สร้างโรงถลุงแร่และฝังหางแร่ที่เต็มไปด้วยสารตะกั่วไว้ริมลำธารคลิตี้อันเป็นเสมือนสายเลือดของหมู่บ้านกลางหุบเขา จนกระทั่งตอนนี้ ผ่านไป 14 ปีแล้ว ที่น้ำในลำธารไม่สามารถนำมาใช้ได้ ที่สำคัญ ไม่มีใครในประเทศข้าพเจ้าสามารถทำอะไรนายทุนได้เลย  ข้าพเจ้ารับรู้เรื่องนี้มานาน และรู้สึกโกรธมาก ข้าพเจ้าพยายามหาโอกาสเล่าความจริงอันน่าเจ็บปวดนี้ให้โลกได้รับรู้อยู่นาน จนกระทั่งได้โอกาส ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อจะบอกว่า เราไม่ควรจะปล่อยให้มีการกระทำแบบนี้อีก ไม่ว่ากับใครหรือที่ไหนในโลก

                        Klity village, the film location, has been destroyed by a local mining company.  The lead smelting plant was built and the tailings were buried.   The company buried the tailings at sites not far from the Klity Creek, the main water source of the village.  The ore has contaminated into the creek for fourteen years.  The illegal company owner is at large which seems to be as usual in my country.   This upset story urges me to tell it to the world that we should not let it happen again anywhere in the world.


About a film
            สร้างปี               2012
            ความยาว           21 นาที
            ระบบเสียง         สเตอริโอ


Team
บท / กำกับ / ควบคุมงานสร้าง      บุญส่ง  นาคภู่
            กำกับภาพ                                  บุญส่ง นาคภู่
            บันทึกเสียง  / ตัดต่อ                    เอกลักษณ์  อนันตสมบูรณ์

















Wednesday, June 27, 2012

dvd หนัง "คนจนผู้ยิ่งใหญ่" ขายแล้วจ้าาา





ดีวีดีภาพยนตร์เรื่อง "คนจนผู้ยิ่งใหญ่" ได้ฤกษ์ จำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วครับ สำหรับใครที่พลาดชมในโรงเมื่อปีที่แล้ว(2554) หรือประทับใจกับหนังเรื่องนี้อยากซื้อเก็บไว้ เชิญสั่งจองกับเราได้ ไม่มีวางจำหน่ายทั่วไปครับ หรือใครสนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายเชิญติดต่อมาได้




ดีวีดีหนัง"คนจนผู้ยิ่งใหญ่" ราคาเพียง 290 บาทเท่านั้น!!! ส่งฟรีทั่วประเทศ 
สนใจสั่งซื้อได้ที่ โทร 084-7561678, 081-5673710, e-mail : plapen@hotmail.co.th




รายละเอียดภาพยนตร์ คลิกที่นี่








Thursday, June 21, 2012

Saturday, May 19, 2012

ข้อมูลภาพยนตร์ "สถานี 4 ภาค" "Four Stations"



ภาพยนตร์เรื่อง “สถานี 4 ภาค” หรือ “Four Stations” ดัดแปลงจากเรื่องสั้นชั้นครูของ 4 นักเขียนชื่อดัง
ภาคเหนือ     “ตุ๊ปู่” โดย มาลา คำจันทร์
ภาคกลาง     “สงครามชีวิตส่วนตัวของทู-ทา” โดย วัฒน์ วรรลยางกูร 
ภาคอีสาน     “ลมแล้ง” โดย ลาว คำหอม
ภาคใต้      “บ้านใกล้เรือนเคียง” โดย ไพฑูรย์ ธัญญา


ทีมงาน
    อำนวยการสร้าง    สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ดำเนินงานสร้าง ปลาเป็นว่ายทวนน้ำ บท / กำกับ / ควบคุมงานสร้าง    บุญส่ง  นาคภู่ ดำเนินงานสร้าง / ช่วยกำกับ พงศกร เจริญรัตน์ กำกับภาพ เล็ก ประกิต กำกับศิลป์ ธวัชชัย เติมสุข ออกแบบเสื้อผ้า พราวเพลิน ตั้งมิตรเจริญ บันทึกเสียง ชาย  คงศีลวัตร Sound Hut ตัดต่อ เอกลักษณ์  อนันตสมบูรณ์ ออกแบบเสียง / ผสมเสียง ไพสิฐ พันธ์พฤกษชาติ โฟลีย์ ฑีฆะเดช  วัชรธานินทร์  ดนตรีประกอบ  ไกรวัลย์ กุลวัฒโนทัย แก้สี  ดนุวัฒน์ เจตนา Lifeboat


ข้อมูลภาพยนตร์
    ภาพยนตร์เรื่องยาว แนวชีวิต (Drama) ความยาว 120 นาที ถ่ายทำด้วยระบบดิจิตอลความละเอียดสูง ระบบเสียงสเตอริโอ สีคมชัด


เรื่องย่อ
    คนตัวเล็ก ๆ 4 คน ที่อาศัยอยู่ตามหลืบเร้นใน 4 ภาคของประเทศไทย กำลังต่อสู้ดิ้นรนเพื่อแก้ไขปัญหาของตัวเองอย่างสุดกำลัง ท่ามกลางอุปสรรคมากมายจากรอบด้าน ภาคเหนือ ตุ๊ปู่-พระนักปฏิบัติแก่หง่อม พยายามทำให้พระเณรและเด็กวัดสงบสำรวม ก่อนศรัทธาของญาติโยมจะเสื่อมลงไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ภาคกลาง ทู-แรงงานพม่าหนุ่มต้องทิ้งไร่มะเขือ เพื่อหาเงินมาไถ่ตัวเมียรักคืนให้ได้ก่อนจะถูกส่งกลับพม่า ภาคอีสาน คำกอง-เด็กกำพร้าพ่อแม่พยายามอย่างสุดกำลังเพื่อจะได้เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวยากจนของป้ากับลุง ภาคใต้ ซ้วนกับแคล้ว-เพื่อนรักสองคนต้องกลายมาเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่ต้องห้ำหั่นกันให้ด่าวดิ้นลงไปข้าง เรื่องราวที่ไม่สำคัญของคนตัวเล็ก ๆ ทั้ง 4 คน และอีกหลายชีวิตที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับพวกเขา ได้เกี่ยวประหวัดรัดร้อยกันอย่างแช่มช้า ขณะที่โลกหมุนไปไม่สิ้นสุด และรถไฟสายหลักของประเทศไทยก็แล่นผ่านไปทุกวัน ในห้วงเวลาที่เราได้นั่งพินิจพิจารณาดูชีวิตของพวกเขา เราจะค่อย ๆ พบความจริงบางอย่างที่เราไม่คาดคิดและยากจะปฏิเสธได้



จุดเด่น
    เป็นภาพยนตร์อิสระเรื่องยาว เรื่องที่ 2 ของกลุ่มปลาเป็นว่ายทวนน้ำ โดยบุญส่ง นาคภู่ ดัดแปลงจากเรื่องสั้น 4 เรื่อง ของนักเขียน 4 คน จาก 4 ภาค 4 ภาษา 4 ปัญหา 4 วัฒนธรรม  หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อบอกเล่าปัญหาและวัฒนธรรมของประเทศไทย โดยมีรถไฟเป็นตัวเชื่อมแบบหลวม ๆ


FOUR STATIONS

The second film of the Pla Pen Wai Thuan Nam Group, adapts from four short stories which are written by four greatwriter.  The stories represent four poor people from four parts of Thailand who are confronting four different problems.  The film is made by combining four stories into one by the railway and trains.  It is an independent film that is enjoyable but challenge interpretation.

Synopsis
Four low society people living along the railway in four parts of Thailand are fighting for their lives amid lots of problems.  In the North, “Tu Poo”, an old monk, attempts hardly to teach younger monks, novices and temple boys of today society to become calm and self controlled.  Otherwise, the folks will lose their faith in monks and religious.  In the Central, “Thu”, a young Myanmar labor has to leave his job in a farm to ransom his wife or she will be sent back to Myanmar.  In the Northeast, “Kham Kong”, an orphan, tries his best to be accepted byhis aunt and her husband as a member of this poor family. In the South, Suan and Klaew are lovely neighbor but, finally, they turn to be the opponents.  These unimportant stories of four small people and their related lives are linked gradually.  As time goes by, when we see their lives, we will consecutively understand the diversity of cultures that form a man like us.

Director's Statement
First of all, my inspiration of making this film not only comes from my love in Thai literature, short story and novel but also my admiration toward the four distinguished Thai writers.  Secondly, although there are the limitation of budget and making money out of mainstream film industry as well as the themes of mainstream Thai films which are likely to be funny, light-hearten, loving, spooky or trendy,  however I would like to adapt one of an excellent Thai literature into film so that viewers will have a chance to see the very few alternatives.  Consequently, the wisdom, art and culture in Thai society will be broadened and diversified.  However, what has happened in the film industry is dependent on film producers and the viewers who have their own reasons of choosing the best for themselves, which means money and entertaining.  So, we have tried to create an alternative for the viewers by making low cost independent film with high quality. As a farmer's son, I intend to make this film to tell my root story.  The “Four Station” is one of the best films I would like to share and to be a representative of rural people in Thai society.  They have been considerably influenced by western culture negatively.  By watching movie, we learn from other people's lives so that we will understand more of ourselves.

Main cast
Suchart  as Thoo
Prapha Thanyaboonsiri as Tha
Prasri Proonyamano as Tupoo
Nares Putpisut as Boonkong
Piya Chaikaewkhao as Klaew
Boontham Thepburee as Chuan
Samanmit Promwong as Boonkong’s uncle
Yanisa Agproo as Boonkong’s aunt

Teamwork
Executive Producer: Office of Contemporary Art And Culture, Ministry Of Culture, Thailand and Piyachat Nakphoo  Producer: Pla Pen Wai Thuan Nam Group  Screenplay Writer/Director/Producer: Boonsong Nakphoo Producer/Assistant Director: Pongsakorn Charoenrut.Director of Photography: Prakij Chotjarusarporn.  Art Director: Thawatchai Toemsuk.  Costume Designer: Proudploen Tangmitcharoen.  Sound Recorder: Chai Kongsilwat and Sound Hut  Sound Designer/Mixer: Paisit Panprueksachat.  Editor: Eakalak Anantasomboon Foley: Theekadej Wacharathanin  Colorist:  Danuwat Jetana.

Contact Us
Pla Pen Wai Thuan Nam Group/Boonsong Nakphoo 39/100 Ratchadaphisek Road Taladploo, Thounburi Bangkok 10600, Thailand Tel +66 81 5673710, +66 80 8151294 Email: boonsong2511@hotmail.com, plapen@hotmail.co.th
 website : http://www.facebook.com/Sueb.nakphoo,  http://plapenfilm.blogspot.com



วันฉาย

14-20 มิถุนายน 2555 ทุกวัน รอบเวลา รอบ 18.30 น. ลิโด 1















ติดตามข่าวสารภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ที่ http://www.facebook.com/FourStations